เทียบใบเสนอราคาเชื้อเพลิงยังไงไม่ให้โดนหลอกด้วยราคาต่อตัน

ใบเสนอราคาสองใบ ใบหนึ่งถูกกว่าอีกใบ 300 บาทต่อตัน ใบที่ถูกกว่าอาจแพงกว่าจริง บทความนี้คือวิธีคำนวณให้รู้ว่าใบไหนถูกจริง

ภาพประกอบ: Jakub Żerdzicki บน Unsplash
สูตรเดียวที่ต้องใช้
ต้นทุนต่อ 1,000 Kcal = ราคาต่อกิโลกรัม ÷ (ค่าความร้อน Kcal/Kg ÷ 1,000)
เชื้อเพลิงที่ราคาต่อตันถูกกว่าแต่ค่าความร้อนต่ำกว่า อาจแพงกว่าเมื่อคิดต่อหน่วยความร้อน เพราะคุณต้องซื้อปริมาณมากกว่าเพื่อให้ได้ไอน้ำเท่ากัน
ลองใส่ตัวเลขของคุณเองทั้งสองฝั่ง อย่าใช้ค่ากลางที่ใครสักคนบอกมา
ต้นทุนที่ไม่อยู่บนใบเสนอราคา
ค่าขนส่ง ถามให้ชัดว่าราคานั้นส่งถึงโรงงานหรือรับที่ต้นทาง สำหรับชีวมวลค่าขนเป็นสัดส่วนใหญ่ ไม่ใช่รายละเอียดปลีกย่อย
น้ำหนักที่หายไปกับสิ่งเจือปน ถ้าเชื้อเพลิงมีดินและทรายปน 5% คุณจ่ายราคาเชื้อเพลิงให้กับดิน 5% แล้วยังต้องจ่ายค่ากำจัดขี้เถ้าที่เพิ่มขึ้นอีก
ความชื้นที่แกว่ง น้ำหนักที่ชั่งได้รวมน้ำ ถ้าความชื้นสูงกว่าที่ตกลง คุณกำลังซื้อน้ำในราคาเชื้อเพลิง
เวลาที่ช่างต้องไล่ปรับ เชื้อเพลิงที่สเปคแกว่งทำให้ต้องปรับลมและอัตราป้อนบ่อย ต้นทุนนี้ไม่มีใครออกใบเสร็จให้ แต่มีจริง
ค่ากำจัดขี้เถ้า ต่างกันตามปริมาณขี้เถ้าของเชื้อเพลิงแต่ละแบบ
ค่าเสียโอกาสตอนของขาด ซัพพลายเออร์ที่ถูกกว่าแต่ส่งไม่ตรงเวลา ทำให้ต้องหยุดไลน์ ต้นทุนนั้นแพงกว่าส่วนต่างราคาหลายเท่า
คำถามที่ควรอยู่ในใบขอเสนอราคา
- ค่าความร้อนและความชื้น เฉลี่ยและช่วงที่แกว่ง ไม่ใช่แค่ค่าเฉลี่ย
- ปริมาณขี้เถ้าเป็นเปอร์เซ็นต์
- ราคานี้รวมขนส่งถึงโรงงานหรือไม่
- ชั่งน้ำหนักที่ไหน ใครเป็นคนชั่ง
- ถ้าสเปคไม่ตรงที่ตกลง มีเงื่อนไขอย่างไร
- ผลิตเองหรือรับมาขายต่อ
ข้อสุดท้ายสำคัญกว่าที่คิด คนที่ผลิตเองคุมสเปคได้ คนที่รับมาขายต่อคุมได้เท่าที่หาของได้ในเดือนนั้น
อย่าเทียบจากใบเดียว สั่งล็อตทดลอง
ก่อนผูกสัญญายาว สั่งล็อตทดลองแล้วเก็บข้อมูลจริงสามอย่าง
- ไอน้ำที่ได้ต่อตันเชื้อเพลิง
- ปริมาณขี้เถ้าที่เก็บได้จริง
- จำนวนครั้งที่ต้องปรับระบบระหว่างเผาล็อตนั้น
ตัวเลขสามตัวนี้บอกความจริงมากกว่าใบเสนอราคาทั้งปึก
ขอตัวเลขจากเรา
เราส่งสเปคจริงต่อล็อตให้ได้ ไม่ใช่ค่าตามทฤษฎี ส่งสเปคหม้อไอน้ำและปริมาณใช้ต่อเดือนมา แล้วเราคำนวณต้นทุนต่อหน่วยความร้อนให้เทียบกับที่ใช้อยู่ โทร 092-392-2292
