อยากตั้งโรงผลิตเชื้อเพลิงชีวมวล ต้องรู้อะไรก่อนลงทุน

โครงการโรงผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลที่ไม่รอด ส่วนใหญ่ไม่ได้ตายเพราะเครื่องจักร แต่ตายเพราะคำนวณวัตถุดิบผิดตั้งแต่ต้น

ภาพประกอบ: Slava Kompaniets บน Unsplash
สามตัวแปรที่ตัดสินทุกอย่าง
หนึ่ง วัตถุดิบมีจริงเท่าไร ในรัศมีเท่าไร
ชีวมวลกินปริมาตรมาก ค่าขนส่งจึงเป็นสัดส่วนใหญ่ของต้นทุน เกินระยะหนึ่งไปโครงการจะไม่คุ้มไม่ว่าเครื่องจะดีแค่ไหน
คำนวณจากพื้นที่ปลูกและรอบโค่นจริงในรัศมีที่ขนไหว ไม่ใช่จากตัวเลขระดับประเทศ
สอง ความชื้นจริงของวัตถุดิบที่รับได้
นี่คือจุดที่ ROI พลาดบ่อยที่สุด แผนคำนวณจากไม้ความชื้น 30% แต่ของจริงที่เข้ามาคือ 45–50% เครื่องอบต้องทำงานหนักกว่าที่ออกแบบ กำลังผลิตจึงไม่ถึงเป้าและต้นทุนพลังงานสูงกว่าที่ตั้งไว้
สาม จะขายให้ใคร
โรงไฟฟ้าชีวมวลรับปริมาณมากแต่กดราคาและต้องการสัญญายาว โรงงานทั่วไปราคาดีกว่าแต่ปริมาณกระจาย ตลาดส่งออกไม้อัดเม็ดต้องการมาตรฐานและปริมาณที่คงที่
ตอบข้อนี้ก่อนซื้อเครื่อง เพราะมันกำหนดว่าจะทำชิ้นไม้สับหรือไม้อัดเม็ด และกำลังผลิตเท่าไร
ชิ้นไม้สับกับไม้อัดเม็ด ลงทุนต่างกันมาก
ชิ้นไม้สับใช้ คัดแยก → สับ → ส่ง เงินลงทุนต่ำกว่ามาก เริ่มได้เร็วกว่า
ไม้อัดเม็ดใช้ คัดแยก → สับ → บด → อบ → อัดเม็ด → ทำให้เย็น → คัดขนาด เงินลงทุนสูงกว่าหลายเท่า โดยเฉพาะเครื่องอบซึ่งกินทั้งเงินลงทุนและพลังงาน
ราคาต่อตันของไม้อัดเม็ดสูงกว่าเพราะขั้นตอนเหล่านี้ ไม่ใช่เพราะวัตถุดิบต่างกัน วัตถุดิบตัวเดียวกัน
ต้นทุนที่มักไม่อยู่ในแผน
- การคัดแยกสิ่งเจือปน ถ้าวัตถุดิบมีดินปน ใบมีดและตะแกรงสึกเร็วกว่าที่ผู้ขายเครื่องระบุมาก
- พื้นที่กอง ทั้งวัตถุดิบขาเข้าและสินค้าขาออก ต้องเผื่อช่วงที่ซัพพลายเข้ามาไม่สม่ำเสมอ
- เงินทุนหมุนเวียน ต้องจ่ายค่าไม้ก่อนได้เงินจากลูกค้า ช่วงห่างนี้กินสภาพคล่องมากกว่าที่คิด
- คนที่เดินเครื่องเป็น หายากกว่าเครื่องจักร
คำถามที่ควรตอบให้ได้ก่อนเซ็นซื้อเครื่อง
- รัศมีรับวัตถุดิบกี่กิโลเมตร และมีไม้พอกี่ตันต่อเดือน
- ความชื้นวัตถุดิบจริงในแต่ละฤดูเป็นเท่าไร
- ลูกค้าเป้าหมายคือใคร รับสเปคแบบไหน
- ถ้ากำลังผลิตได้แค่ 60% ของที่ออกแบบ ยังคุ้มไหม
ข้อสุดท้ายสำคัญที่สุด เพราะโครงการส่วนใหญ่ในปีแรกเดินได้ไม่เต็มกำลัง
คุยกับคนที่เดินสายจริง
เราผลิตเองที่ตรังทุกวัน ไม่ได้เป็นตัวแทนขายเครื่อง จึงบอกได้ตรง ๆ ว่าอะไรทำได้และอะไรไม่คุ้มสำหรับพื้นที่ของคุณ
ปรึกษาได้ตั้งแต่การประเมินวัตถุดิบไปจนถึงสเปคเครื่อง โทร 092-392-2292
