ใช้ชีวมวลแล้วรายงานคาร์บอนยังไง Scope 1 ลดจริงไหม

การเปลี่ยนจากถ่านหินมาใช้ชีวมวลมีผลต่อตัวเลข Scope 1 อย่างมีนัยสำคัญ แต่วิธีนับไม่ตรงไปตรงมาเหมือนที่หลายคนเข้าใจ บทความนี้อธิบายหลักการและข้อควรระวัง

ภาพประกอบ: Anne Nygård บน Unsplash
หลักการนับที่ใช้กันทั่วไป
ภายใต้แนวทางที่ใช้กันแพร่หลาย การเผาชีวมวลจะแยกรายงาน CO2 ส่วนที่มาจากชีวภาพออกจาก Scope 1 เพราะถือว่าคาร์บอนนั้นถูกดูดซับกลับในรอบการเติบโตของพืช
ผลคือตัวเลข Scope 1 จากการเผาเชื้อเพลิงลดลงชัดเจนเมื่อเปลี่ยนจากถ่านหินมาใช้ชีวมวล
แต่ไม่ใช่ศูนย์ ก๊าซอื่นที่เกิดจากการเผาไหม้ เช่น มีเทนและไนตรัสออกไซด์ ยังต้องนับใน Scope 1 ตามปกติ
สิ่งที่ต้องนับเพิ่ม ไม่ใช่ลดอย่างเดียว
การขนส่ง ถ้าเป็นรถของซัพพลายเออร์จะอยู่ใน Scope 3 ถ้าเป็นรถของโรงงานเองจะอยู่ใน Scope 1 ยิ่งขนไกลตัวเลขยิ่งสูง
พลังงานในการผลิตเชื้อเพลิง โดยเฉพาะไม้อัดเม็ดที่ต้องผ่านการอบแห้ง ส่วนนี้อยู่ใน Scope 3 ของผู้ใช้
นี่คือเหตุผลที่ระยะทางจากแหล่งวัตถุดิบมีผลต่อรายงาน ไม่ใช่แค่ต่อค่าขนส่ง เชื้อเพลิงที่ผลิตห่างออกไปสองชั่วโมงให้ผลทางคาร์บอนดีกว่าเชื้อเพลิงที่ขนข้ามประเทศมา
ข้อควรระวังในการเคลม
อย่าเคลมว่า "ปลอดคาร์บอน" ที่ถูกคือคาร์บอนหมุนเวียนในรอบสั้น ไม่ใช่ไม่ปล่อย การเคลมเกินจริงเป็นความเสี่ยงด้าน greenwashing ที่ผู้ตรวจสอบจับได้
ต้องมีหลักฐานแหล่งที่มา ผู้ตรวจสอบมักถามว่าไม้มาจากไหน เป็นของเหลือจากกระบวนการอื่นหรือปลูกเพื่อเผาโดยเฉพาะ เก็บเอกสารจากซัพพลายเออร์ไว้
แยกให้ชัดระหว่างลดกับย้าย ถ้าลดการปล่อยที่โรงงานแต่เพิ่มในห่วงโซ่อุปทาน ตัวเลขรวมอาจไม่ได้ดีขึ้นเท่าที่รายงาน
ผลพลอยได้ที่มักไม่ถูกนับ
ในภาคใต้ ตอและรากยางพาราจำนวนมากถูกเผากลางแจ้งหลังโค่น ซึ่งเผาไหม้ไม่สมบูรณ์และปล่อยฝุ่นสูง
การนำส่วนนี้เข้าเตาที่มีระบบควบคุมจึงลดการปล่อยที่ต้นทาง ไม่ใช่แค่เปลี่ยนเชื้อเพลิงในเตาของคุณ ส่วนนี้มักไม่ปรากฏในรายงานเพราะอยู่นอกขอบเขต แต่เป็นผลจริงที่เล่าได้ในเชิงคุณภาพ
เอกสารที่ควรขอจากซัพพลายเออร์
- แหล่งที่มาของวัตถุดิบ
- ค่าความร้อนและความชื้นต่อล็อต
- ระยะทางจากแหล่งผลิตถึงโรงงาน
- ปริมาณที่ส่งต่อรอบ พร้อมใบชั่ง
เราให้ข้อมูลเหล่านี้ได้เพราะผลิตเองที่ตรัง รู้ว่าไม้มาจากสวนไหน ติดต่อ 092-392-2292
